ค้นหาโรงแรมรับส่วนลดสูงสุด 80%                                       
                                       
ค้นหาโรงแรมรับส่วนลดสูงสุด 80%
ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย

กดถูกใจเพจของเราเพื่อติดตามข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม และสิทธิพิเศษสมาชิกได้ทันทีค่ะ






 ที่เที่ยวอ่างทอง > อำเภอวิเศษชัยชาญ > วัดเขียน



วัดเขียน

บ้านบางกระพัน หมู่ 8 อำเภอวิเศษชัยชาญ อ่างทอง วิเศษชัยชาญ อ่างทอง 14110




รายละเอียดเกี่ยวกับที่เที่ยว

ภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดเขียน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2511 ตอนนั้นสภาพของอุโบสถย่ำแย่ หลังคาทรุดโทรม น้ำฝนไหลชะภาพเขียนออกไปเสียมาก ต่อมาเมื่อมีการออกข่าวแพร่หลายก็ได้มีผู้สนใจไปดูกันมาก รวมทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดกฐินที่วัดเขียน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดการซ่อมแซมพระอุโบสถโดยการรักษาสภาพเดิมไว้ และรื้อหลังคาเดิมออก จากนั้นได้ก่อผนังขนาบภายนอกให้คร่อมทับของเดิม แล้วจัดการมุงหลังคาเสียใหม่ สภาพจึงได้เข้าสู่ความเรียบร้อยดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ รวมทั้งเสมากับแท่นปูนฐานสิงห์รองรับใบเสมารอบพระอุโบสถ อันเป็นใบเสมาในระยะต้นของรูปแบบเสมาอยุธยาตอนปลาย มีลักษณะเป็นพระเกี้ยวครอบทับเสมา ตรงกลางเสมามีลายเป็นแบบทับทรวง เหมือนใบเสมารุ่นก่อนวัดไชยวัฒนารามทั่วไป ดังเช่นใบเสมาวัดในวรวิหารสมุทรปราการ

แบบแผนการวาดภาพจิตกรรมที่ปรากฏ มีดังนี้

ภาพผนังบนผนังทางด้านทิศใต้เป็นเรื่องมโนราห์ มีรูปป้อมแปดเหลี่ยมที่มุมกำแพง เป็นหอซ้อนกัน 2 ชั้น แต่ละด้านก่อช่องโค้งแบบโค้งมน ยอดหลังคาชั้นบนลดหลั่นกัน 2 ชั้น รูปทรงแบบฝรั่งบ่งว่าได้รับอิทธิพลจากฝรั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วก็เป็นอันเชื่อว่าอายุภาพการเขียนอยู่ในระยะต้นของสมัยอยุธยาตอนปลายอย่างชัดเจน

ซุ้มประตูกำแพงเมืองทางผนังทางทิศใต้ เป็นแบบซุ้มเรือนคฤหาสน์หรือปราสาทยอดแหลม เช่นเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ในภาพเขียนวัดใหม่เทพนิมิต สมัยอยุธยาตอนปลาย

ภาพผนังด้านทิศใต้เขียนรูปปราสาททรงสูง ยอดปราสาทแหลมสะพรั่ง ข้างในระบายด้วยสีแดงชาด เป็นแบบแผนของภาพเขียนไทยอันนิยมมาแต่สมัยโบราณ พื้นชาลาหรือพื้นดินระบายด้วยสีเข้มหนักจนเกือบเป็นสีดำ

ภาพมุมด้านข้างทางทิศตะวันออก มีรูปพระพุทธเจ้าและอัครสาวกห่มจีวรสีแดง แบบที่ศิลปะอยุธยาทั่ว ๆ ไป เขียนเช่นเดียวกันนี้ มีภาพกษัตริย์กำลังแผลงศรในท่าครู ดังที่เคยเห็นจากภาพในเรื่องรามเกียรติ์ทั่ว ๆ ไป

การเดินทาง

จากตัวเมืองอ่างทองใช้ทางหลวงหมายเลข 3195 มุ่งหน้ามายังอำเภอวิเศษชัยชาญ แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3454 ตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นวัดเขียนตั้งอยู่ทางขวามือ




   เว็บไซต์ : -
   แหล่งที่มาของข้อมูล : http://www.tourismthailand.org


ที่เที่ยวใกล้เคียง


วัดวิเศษชัยชาญ
สุวรรณ” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดวิเศษชัยชาญ” วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2499 แต่ภายหลังได้เขียนคำว่า “ไชย” มาเป็น “ชัย” ให้สอดคล้องตรงกับชื่ออำเภอ และอักขรวิธีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2472 เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นของทางราชการ เกี่ยวกับการศึกษาทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา มีห้องสมุด และมูลนิธิสาธารณกุศลตั้งอยู่ที่วัดนี้ด้วยวัดวิเศษชัยชาญเป็นวัดคู่บ้านคู่เมื...
วัดอ้อย
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของวิเศษชัยชาญ ดูจากรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นสมัยอยุธยาที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ มีลักษณะใหญ่สัดส่วนบึกบึน สง่างามคล้ายอุโบสถวัดพุทไธสวรรย์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือมีเสาระเบียงรอบอุโบสถเป็นเสาแปดเหลี่ยมใหญ่ 4 ต้น ด้านหน้า ด้านข้างเป็นเสาเหลี่ยม หัวเสาเป็นรูปบัวแวง มีหน้าบันเล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบกล้วยในส่วนที่คลุมโถงกลาง ส่วนหลังคาที่คลุมส่วนข้างมุงด้วยกระเบื้องห...
วัดสี่ร้อย
ในอดีต ล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2303 พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่า ได้ให้มังระมังฆ้อนนรธาราชบุตร ยกทัพมาตี เมืองมะริดของไทย ซึ่งอยู่ในความปกครองของกรุงศรีอยุธยาในครั้งนั้นขุนรองปลัดชู กรมการเมืองวิเศษไชยชาญ ซึ่งเป็นผู้ทรงวิทยาคม แก่กล้า ชำนาญในการรบด้วยดาบสองมือ มีลูกศิษย์มากมาย จึงได้รวบรวมชาววิเศษไชยชาญ จำนวน 400 คน เข้าสมทบกับ กองทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ โดยใช้ชื่อว่า “กองอาทมาต”พระยารัตนาธิเบศร์ ยกกองทัพไปตั้งที่เม...
วัดม่วง
เดิมทีวัดม่วงเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ปี พ.ศ. 2230 แขวงเมืองวิเศษชาญ ซึ่งเคยได้เป็นเมืองหน้าด่าน ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาได้เสียกรุงให้แก่พม่า พม่าได้เผาผลาญบ้านเมือง วัดวาอาราม และพระพุทธรูปไปเป็นจำนวนมาก สิ่งที่หลงเหลืออยู่ คือ ซากปรักหักพังของวัดวาอาราม และพระพุทธรูป ที่อยู่บนเนินมีต้นไม้ใหญ่จำนวนมากเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ท่านพระ...

โรงแรมใกล้เคียง